![]() |
|
Spaces home Ching ChingPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
Ching Ching |
August 18 ตรงกลาง ที่ต่างกันความจริงแล้ว มิใช่พระพุทธรูปหรอกที่ศักดิ์สิทธิ์
แต่พระพุทธรูป เป็นสัญลักษณ์เป้าหมายแห่งความบริสุทธิ์ และหลุดพ้น
เพราะถ้าหากพระพุทธรูป คือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์จริง ผู้ใดมีไว้ในบ้านเรือน
ก็ย่อมบังเกิดแต่ความสงบสุขเหมือนๆกันทั้งโลก หรือหากโจรปล้นฆ่า
เพียงแต่มีพระเครื่องห้อยคอ ก็คงแคล้วคลาดปราศจากอันตรายใดๆ
และคงเข่นฆ่าคนได้สำเร็จตามแผนการทุกครั้ง แต่ความจริงไม่เป็น
เช่นนั้น
และถ้าความจริงเป็นเช่นนั้น พุทธศาสนิกชน ก็คงจะยอมรับไม่
ได้ที่แม้แต่ คนชั่วแขวนพระก็กลับมีความสุข
................................................................
ไม่ใช่พระปลุกเสกจะดีกว่าพระที่ไม่ได้ปลุกเสก
ไม่ใช่พระล้อมเพชรจะดีกว่าพระเลี่ยมทอง
ไม่ใช่พระเก่าจะดีกว่าพระใหม่
แม้แต่พระพุทธเจ้ายังตรัสไว้ว่า ไม่ให้เชื่อในรูปปั้น และรูปปั้นของ
ท่านก็มิได้มีในยุคสมัยท่าน ผู้ที่ได้รับผลศักดิ์สิทธิ์แห่งพระพุทธเจ้า
คือ..ผู้ที่รู้แจ้ง ถึงเหตุแห่งการมีอยู่ของพระพุทธรูปเท่านั้น
และนั่นก็คงเป็นเหตุผล ในคำกล่าวที่ว่า...
" คนดีพระย่อมคุ้มครอง "
และคนดีนั้นไม่จำเป็นต้องห้อยพระ
และพระที่ดีกว่าพระเก่าปลุกเสก
ดีกว่าพระล้อมเพชรเลี่ยมทองหรือพระใดๆ
คือ พระธรรม
ความจริงแล้ว มิใช่ไม้กางเขนหรอกที่ศักดิ์สิทธิ์
แต่ไม้กางเขน เป็นสัญลักษณ์เป้าหมายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ นั่นเป็นเหตุ
ผลที่ว่า ทำไมในหนังผีฝรั่งบางครั้งแดรกคูลาก็กลัวไม่กางเขน บางครั้ง
ก็ไม่กลัว เพราะถ้าความศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไม้กางเขน ไม่ว่าใครก็คง
ถือไม้นี้ไล่ผีได้ พลังแท้จริงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ ว่ามีความศรัทธา ในอำนาจ
จากแหล่งแห่งความดีบริสุทธิ์เพียงใด
ไม่ว่าไม้กางเขนจะทำจากทองคำขาวล้อมเพชร หรือเป็นแค่ไม้
เก่าผุพัง ก็จะยังสามารถไล่ผีร้ายได้ ขึ้นกลับพลังศรัทธาแห่งความดี
จากความศรัทธาที่ บังเกิดอยู่ในตัวผู้ไล่เอง
หากเป็นหนังกำลังภายใน ก็คงกล่าวได้ว่า
" กระบี่อยู่ที่ใจ " สามารถใช้จิตแทนศาสตราวุธ
" พระเจ้ารักคุณ แต่คุณจะรู้สึกถึงความรัก ของพระองค์ เมื่อคุณรักพระ
องค์เท่านั้น "
มีคนบอก(ผู้เขียน)ว่า เขารู้ว่าพระเจ้ารักเขาและทุกคน, (ผู้เขียน)ถาม
กลับไปว่าแล้วถ้าคุณไม่รักพระเจ้า พระเจ้าจะยังรักคุณอยู่หรือเปล่า.
ผู้นั้นตอบว่า เขายังคงรู้ว่า พระเจ้ารักเขา, (ผู้เขียน)ตอบว่า "ใช่" คุณ
เพียงแค่ "รู้" ว่าพระเจ้ารักคุณ แต่คุณไม่มีวันรู้สึกถึงความรักของพระ
เจ้าเลย หาก...คุณไม่ส่งความรักต่อพระเจ้า ดังนั้นจะเป็นไปได้ไหมว่า
พระเจ้าอาจเป็น กระจกสะท้อน "ความรู้สึกถูกรัก" ที่ส่งมาจาก...
....ตัวคุณเอง
( from หนังสือ: ตรงกลาง ที่ต่างกัน โดย โอ เทพรัตน์ )
June 29 สรรพชีวิตบนโลกนี้ มิ พึ ง พ อ ใ จ อยู่กับสิ่งที่มีที่เป็นอันวิถีชีวิตของผู้คนก็มิได้เป็นไปตามที่เจ้าของปรารถนาเสมอไป นั่นเป็นเพราะสรรพชีวิตบนโลกนี้ มิ พึ ง พ อ ใ จ อยู่กับสิ่งที่มีที่เป็น
เว้นแต่บางคนที่ปราศจากความทะเยอทะยานอยากในชื่อเสียงเกียรติยศและทรัพย์สินศฤงคาร ดำรงชีวิตโดยอาศัยเพียงปัจจัย 4 ที่พึงมีพึงได้
ตามหลักที่ว่า " มักน้อยและสันโดษ " ยิ่งเท่านั้นจึงหยุดแสวงหาทรัพย์สิน เงินทองมาสะสมกักตุนไว้เลี้ยงตนและครอบครัว.
แน่นอนชีวิตเยี่ยงนี้ มีจำเพาะแต่อริยบุคคลหรืออริยสงฆ์เท่านั้น สำหรับปุถุชนคนสามัญย่อมมิอาจจะปล่อยวาง
สิ่งร้อยรัดด้วยวัตถุที่แวดล้อมอยู่ได้ พวกเขาจะต้องเสพรูป รส กลิ่น เสียง ด้วยความอยากอย่างปุถุชน.
ขณะเดียวกันเส้นทางชีวิตของแต่ละคน มีทั้งปกติสุขหรือราบรื่น และมีปัญหาขัดไม่ราบรื่นซึ่งล้วนบังเกิดขึ้น
และดำรงอยู่ตามผลของการกระทำ หรือที่เรียกว่าเป็นไปตามบุญและกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นในอดีต.
ดังนั้นอันวิถีชิวิตของผู้คน หรือใครก็ตามไม่อาจหลีกเลี่ยง สัจธรรมความเป็นจริงประการหนึ่งได้นั่นก็คือ
การเกิดขึ้น การดำรงอยู่ และการเสื่อมสลาย หรือจะพูดให้เป็นภาษาธรรมะก็คือ
" ความเจริญและความเสี่อมเป็นสิ่งคู่กัน " และเป็นสิ่งที่ผันแปรมิอาจดำรงอยู่อย่างนิรันดร์กาล.
( Extracted from หนังสือ ชีวิตประดุจดั่งนวนิยาย ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร โดย ธนวัฒน์ ทรัพย์ไพบูลย์ )
June 18 สุขแท้แค่เงียบเอง.........จิตเสรีที่มาจากแดนเกิด คนหลงเพลิดพาเพลินเกินจักหวน โลกว้าวุ่นดั่งใจใส่โซ่ตรวน แม้ชี้ชวนเบื่อทุกข์คลุกเปลือกตม แดนแห่งนี้เคยเงียบและเรียบง่าย ชนหญิงชายสงบใจไร้ขื่นขม คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ใฝ่นิยม จักทับถมตัวตนบนทางเดิม คนลืมสิ้นธรรมดามาก่อนเก่า เรื่องมันเศร้าโลภหลงรักส่งเสริม ตกเป็นทาสวัตถุที่ต่อเติม เป็นตัวเพิ่มกิเลสเหตุก่อการ ใช้ชีวิตเวียนวนบนทางเปลี่ยว แต่โดดเดี่ยวปลีกตนทนร้าวฉาน อยู่ลำพังเงียบเหงาและร้าวราน แม้สมานลืมสมัครรักจริงใจ คนสังคมคบกันพลันฉาบฉวย ต่างรุ่มรวยรอยยิ้มพริ้มสดใส แต่ก็ยังรู้สึกลึกข้างใน ว่าแล้งไร้ไมตรีที่อิ่มพอ ยังอ้างว้างท่ามกลางโกลาหล มีผู้คนมากมายวุ่นวายหนอ นั่งนิ่งฟังอยู่กับตนทนเงียบรอ เรียบง่ายหนอสุขแท้แค่เงียบเอง......... May 17 Life as it goesIt has been almost a year ever since I back to Thailand after having spent nine years of life oversea. Undeniably, I have learnt to be very much independent and to my amazed I already used to that kind of life, for being independent for me loving to drive by myself to wherever I wish and most importantly to do all things I can and make the decision by my own.
Though I have been in Thailand for only 10months, yet many things has happened in my life within such a short period i.e. meeting up old friends, new friends, relatives, travelling back to my hometown, Singapore, Hong Kong-Macua-Shen Zhen, not to mention having to adjust myself living in Bangkok for the first time in my life and to the a number of jobs I have switched during the course that began working at Bank of China, then at Coruus Group, next to help my broher's business which lead me so much obsessed with the website construction thing, before getting another unexpected job at Deloitte. Ohhh life, yeah this is my life, so many changes occur adding a spice yet definitely a turbulent time in to my life. Times of stress, strain or fear have developed from none to a very predominant level.
Despite all that, it has brought me back to the reality of life. For one thing, when many things in life happen simultaneously, through the confusions and disappointments, we become much stronger. At least, I do not regret for what has happened as it has teached me so much.
Time goes by, life goes on. To this point, I am glad to realise that on the path of one's life, it may lie with many obstacles, yet if we can face it and admit the fact of the problems....life can still goes on with a minimum mental impact. April 06 Over The Rainbow - Connie TalbotSong: Over The Rainbow - Connie Talbot Somewhere over the rainbow Way up high There's a land that I heard of Once in a lullaby Somewhere over the rainbow Skies are blue And the dreams that you dare to dream Really do come true Some day I'll wish upon a star And wake up where the clouds are far behind me Where troubles melt like lemondrops Away above the chimney tops That's where you'll find me Somewhere over the rainbow Bluebirds fly Birds fly over the rainbow Why then, oh why can't I? Some day I'll wish upon a star And wake up where the clouds are far behind me Where troubles melt like lemondrops Away above the chimney tops That's where you'll find me Somewhere over the rainbow Bluebirds fly Birds fly over the rainbow Why then, oh why can't I? If happy little bluebirds fly Beyond the rainbow Why, oh why can't I? March 22 The poem reflects so much to life.
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|